fbpx

dbd-register

สรรพคุณเภสัชตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย

สรรพคุณเภสัชตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย

สรรพคุณเภสัช หมายถึงคุณสมบัติทางยาของเภสัชวัตถุที่กล่าวถึงตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย ระบุว่าก่อนที่จะรู้จักสรรพคุณของยาจำเป็นต้องรู้จักรสของยาก่อน เนื่องจากวิชาการแพทย์แผนไทยกล่าวว่า รสของยาจะแสดงถึงสรรพคุณยา  ดังนั้นเมื่อรู้จักรสของยาแล้วก็จะรู้จักสรรพคุณของยาอย่างกว้างๆได้ ในเรื่องของรสยานี้ตำราแบ่งออกเป็นรสประธาน 3 รส

1 ยารสเย็น  ได้แก่ยาที่ปรุงผสมด้วยเกสรดอกไม้ ที่ไม่ร้อนใบไม้รากไม้ที่ไม่ร้อนสตาร์เขาคือเขาสัตว์ 7 ชนิด ได้แก่เขาวัว เขาควาย เขากระทิง เขากวาง เขาแกะ เขาแพะ และเขาเลียงผา cervical คือเขี้ยวสัตว์ 9 ชนิดได้แก่เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวหมาป่าเขี้ยวปลาพะยูน เขี้ยวจระเข้ เขี้ยวเลียงผา นอแรด และงาช้างค่ะ  และของที่เผาหรือสมุดให้เป็นถ่านเมื่อปรุงเป็นยาเสร็จแล้วจะได้รสยาเย็น ใช้แก้โรคที่เกิดจากธาตุไฟ 2 ยารสร้อน ได้แก่ยาที่ปรุงด้วยเบญจกูล  ตัวยาที่มีรสร้อน 5 อย่างได้แก่ดีๆรากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง และขิงแห้ง ตรีกฏุก ตัวยาที่มีรสร้อน 3 อย่างได้แก่ ขิงแห้ง พริกไทย และดีปลี สรรพคุณขิงข่าเมื่อปรุงเป็นยาเสร็จแล้วจะได้รสยาที่มีรสร้อน ใช้แก้โรคที่เกิดจากธาตุลม  3 ยารสสุขุมได้แก่ยาที่ปรุงด้วยโกรธเทียนกฤษณา กะลำพัก ชะลูด อบเชยของดอก  เมื่อปรุงเป็นยาแล้วจะได้ยาที่มีรสสุขุม เช่นยาหอม สำหรับแก้โรคทางโลหิต รสประทานทั้ง 3 รสนั้น แพทย์แผนไทยยังแบ่งย่อยออกได้เป็น 3 รสคือ 1 รสฝาดสำหรับสมาน 2 รสหวานสำหรับซึมซับไปตามเนื้อสามรสเบื่อเมาสำหรับแก้พิษ 4 รสขมสำหรับแก้ทางโลหิต 5 รสเผ็ดร้อนสำหรับแก้ลมโบกรถมันสำหรับแก้เส้น 7 รสหอมเย็นสำหรับบำรุงหัวใจ 8 รสขม สำหรับซึมซับไปตามผิวหนัง 9 รสเปรี้ยวสำหรับกำจัดเสมหะแต่ในตำราวิเทศศึกษาตำราหลวงของพระยาพิศณุประสาทเวชได้เพิ่มรสจืดอีก 1 รถรวมเป็น 10 ลดค่ะ

สรุปได้คือโรคที่เกิดจากปถวีธาตุพิการ ให้แก้ ด้วยยารสฝาด รสหวาน รสมัน รสเค็มโรคที่เกิดจากอาโปธาตุพิการให้แก้ด้วยยารสเปรี้ยว รสเบื่อเมา รสขม ส่วนโรคที่เกิดจากวาโยธาตุพิการให้แก้ด้วยยารสสุขุม รสเผ็ดร้อน โรคที่เกิดจากเตโชภาพพิการให้แก้ด้วยยารสจืดรสเย็น และได้กำหนดตัวยาประจำชาติต่างๆไว้  คือดีปลีประจำปฐวี ธาตุเถาสะค้านประจำวาโยธาตุ  รากชะพลูประจำอาโปธาตุ  รากเจตมูลเพลิงประจำเตโชธาตุ  และขิงแห้งประจำอากาศธาตุค่ะ  ซึ่งตัวยาบางชนิด สามารถใช้ในการต้มเพื่อเข้ารับการอบตัวสมัยก่อนจะใช้เป็นกระโจมอกแต่ปัจจุบันจะนิยมใช้เป็นตู้อบสมุนไพร เพื่อสุขภาพค่ะ