dbd-register

Tag Archives: ตู้อบสมุนไพร

การเข้าอบตัวด้วยสมุนไพรไทย

การเข้าอบตัวด้วยสมุนไพรไทย การอบสมุนไพร เป็นการดูแลสุขภาพภูมิปัญญาไทยอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ  ซึ่งนอกจากจะใช้กับสตรีหลังคลอดบุตรแล้วยังมักใช้ควบคู่กับการนวดไทยด้วยนะคะหลักการของการเข้าอบสมุนไพรด้วยตู้อบสมุนไพรไอน้ำนะคะ  คือการต้มสมุนไพรกับน้ำจนเดือดเพื่อให้ไอน้ำหรือน้ำมันหอมระเหยสัมผัสกับผิวหนังเข้าสู่ร่างกายนะคะ  โดยทางผิวกายและการหายใจไอน้ำร้อนจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกายและช่วยขยายรูขุมขนทำให้ร่างกายขับเหงื่อและของเสียต่างๆออกจากร่างกายทำให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นละลายเสมหะและทำให้ขับออกมาได้ง่ายขึ้นนะคะ  นอกจากนั้นแล้วยังมีการช่วยลดการอักเสบและการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนต้นได้ด้วยค่ะและยังช่วยลดการระคายเคืองของลำคอได้ด้วยนะคะ สมุนไพรที่ใช้ในการเข้าอบหนังเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีน้ำมันหอมระเหยเช่นไพรขมิ้นอ้อยขมิ้นชันค่ะกระทือ ว่านน้ำตะไคร้ กระเพรา ใบหนาดช่วยให้จมูกโล่งขยายหลอดลมและฆ่าเชื้อบางชนิดค่ะ  2 กลุ่มมีรสเปรี้ยว ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนเช่นใบมะขามใบส้มป่อยมะกรูด จะช่วยชำระสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังนะคะ และ 3 ค่ะเป็นกลุ่มที่ระเหิดแล้วมีกลิ่นหอม เช่นพิม เสนการะบูนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและแก้โรคผิวหนังบางชนิดได้ด้วยค่ะ 4 นั้นจะเป็นกลุ่มที่ช่วยในการบำบัดเฉพาะโรคหรืออาการเช่น ผักบุ้งคันเหงือกปลาหมอผักชีล้อมสำหรับแก้โรคผิวหนังค่ะ และสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรนะคะ การอาบน้ำ หรืออบสมุนไพรนั้นจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้นนะคะ และยังสามารถช่วยขับน้ำคาวปลาได้ด้วยค่ะ  เมื่อใช้ร่วมกับการนวดไทย จะช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกายปวดตามข้อและช่วยคลายเครียดนะคะ การอบสมุนไพรนี้ยังสามารถใช้ร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตได้ด้วยนะคะ  นอกจากนั้นแล้วการอบสมุนไพรยังสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการเสี่ยงซึมในผู้ที่ติดยาเสพติดได้ด้วยนะคะทั้งนี้แล้ว การใช้สมุนไพรบางชนิดอาจใช้ทั้งอบ อาบเพื่อที่จะให้เห็นผลได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ

หัตถเวชกรรมไทยหรือการนวดไทย

หัตถเวชกรรมไทยหรือการนวดไทย ตามหลักสาขาวิชานวดไทยนะคะ หัตถเวชกรรมไทยหรือที่เราเรียกว่าการนวดไทยนั้นเป็นศาสตร์และศิลปะอีกแขนงหนึ่งนะคะที่สำคัญของหลักวิชาการแพทย์แผนไทยค่ะ ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนั้น การนวดไทยในปัจจุบันเป็นภูมิปัญญาไทยนะคะที่ผ่านการบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ของสัตว์  ทางการแพทย์ในระบบการแพทย์หรืออื่นด้วยค่ะ จนพัฒนามาเป็นการนวดไทย  ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและได้รับการยอมรับอย่างกล้องกว้างขวางในประเทศไทยและในระดับนานาชาติต่อไปค่ะ ซึ่งการนวดไทยนั้น เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการตรวจการวินิจฉัยการบำบัดการส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพนะคะ  โดยวิธีการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง การประคบ และการเข้าอบตัวค่ะ  ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ตามหลักวิชาการแพทย์แผนไทยนะคะการประคบสมุนไพร และการเข้าอบตัวแบบกระโจมอบ หรือการเข้าอบด้วยตู้อบสมุนไพรไอน้ำนั้น  รวมไปถึงกายบริหารฤาษีดัดตนนะคะ ก็จัดเป็นองค์ความรู้ในวิชาการนวดไทยด้วยค่ะ  สมุนไพรแต่ละชนิดมีสีสันเฉพาะของตนเองและในสีสันที่แตกต่างกันเหล่านี้สามารถบ่งบอกลักษณะที่แตกต่างกันได้ด้วยนะคะเช่นผลไม้ที่มีสีแดงสีม่วงเช่น Strawberry Blueberry Raspberry Cherry Blackberry องุ่นแดงองุ่นม่วงทำกะหล่ำปลีม่วงแอปเปิ้ลแดงและแตงโมเป็นต้นค่ะ ผลไม้ต่างๆเหล่านี้จะมีสารแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระนะคะช่วยลดอัตราการเสี่ยงของโรค หัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองได้ด้วยนะคะและในขณะที่พืชผักผลไม้สีเขียวหรือสีเหลืองเช่นกีวีฟักทองมะละกอสุกข้าวโพดอะโวคาโดถั่วแขกถั่วลันเตาผักกาดหอมผักคะน้าผักปวยเล้งพริกฟักทองพริกหวานพริกหยวกต่างก็ประกอบด้วยสารลูทีนและซีแซนทีนนะคะที่ช่วยให้บำรุงสายตาและยังป้องกันการเกิดต้อกระจกและการเสื่อมของจอประสาทตาได้ด้วยค่ะ การนวดไทยอาจจะแบ่งวัตถุประสงค์ได้ 2 ประเภทดังต่อไปนี้นะคะ 1 ก็จะเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายและ 2 จะเป็นการนวดเพื่อรักษาค่ะซึ่งการนวดเพื่อผ่อนคลายนั้นเป็นการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายนะคะส่วนการนวดเพื่อบำบัดรักษา นั้นจะเป็นการนวดเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในการบำบัดรักษาโรคนะคะหรือรักษาผู้ป่วยนั่นเองค่ะเช่นนวดแก้สะบักจมนวดแก้คอเคล็ด นอกจากนั้นแล้วการนวดไทยยังมีลีลาวิธีการนวดที่แตกต่างกันไปคือการนวดแบบราชสำนักและการนวดแบบเชลยศักดิ์ค่ะ

การบริบาลสตรีมีครรภ์หลังคลอด

การบริบาลสตรีมีครรภ์หลังคลอด ความโดดเด่นอีกหนึ่งประการนะคะในหลักวิชาการผดุงครรภ์ไทยก็คือการดูแลสุขภาพของมารดาหลังคลอดด้วยการอยู่ไฟนั่นเองค่ะซึ่งในโบราณจะเชื่อว่าในระยะหลังคลอดใหม่ๆทั้งทารกและมารดาเองนะคะอาจจะเกิดอันตรายได้ง่ายจึงให้มารดาหลังคลอดนั้นอยู่ไฟเชื่อว่าความร้อนเป็นสิ่งบริสุทธิ์นะคะจะช่วยสามารถเผาผลาญสิ่งที่เป็นโทษในการอยู่ไฟจะช่วยให้เลือดลมของมารดานั้นแต่เวียนได้ดีขึ้นค่ะและยังช่วยลดอาการเกร็งและปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อนะคะช่วยให้แผลฝีเย็บหายเร็วขึ้นค่ะช่วยลดอาการปวดอันเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกนั่นเองค่ะและอาการเจ็บปวดจากการคัดเต้านมอีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายได้เป็นอย่างดี ดีนะคะโบราณเรียกช่วงเวลาในการอยู่ไฟว่าเกตเดือนไฟนั่นเองค่ะ ผู้หญิงไทยสมัยโบราณนั้นนิยมอยู่ไฟ 7 วันหลังคลอดท้องแรกนะคะแต่หลังคลอดท้องที่ 2 หรือ 3 4 นั้นอาจอยู่ไฟนานขึ้นประมาณ 8 ถึง 20 วันนั้นเองค่ะทั้งนี้ระยะเวลาของการอยู่ไฟจำนวนวันนิยมเป็นวันคี่นะคะเพราะถือเป็นเลขสิริมงคลกับมารดาหลังคลอดหลังคลอด 2-3 วันจะมีน้ำเหลืองออกจากแผลรกซึ่งโบราณเรียกว่าน้ำคาวปลานั่นเองค่ะและมีกลิ่นคาวจัดน้ำคาวปลาจะออกมาราว 10 วันหลังจากนั้นก็ลดลงเรื่อยๆจนเมื่อแผลหายเป็นปกติก็จะหยุดไปบางคนอาจจะมีน้ำเข้าไปอยู่ประมาณ 1 เดือนนะคะดังนั้นหลังคลอดแพทย์แผนไทยมักให้มารดากินยาขับน้ำคาวปลาและยาระบายนะคะเพื่อจะช่วยขับล้างของเสียของสิ่งเน่าเสียอันเกิดจากการคลอดบุตร ออกไปจากร่างกายของมารดาหลังคลอดค่ะนอกจากนั้นแล้วในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีการดูแลอนามัยช่องคลอดให้สะอาดนะคะไม่ให้น้ำคาวปลาหมักหมูจนทำให้เกิดการติดเชื้อที่เรียกว่าสันนิบาตหน้าไฟซึ่งหมายถึงใครที่เกิดในเขตเรือนไฟค่ะ วิชาการผดุงครรภ์ไทยแนะนำว่ามารดาหลังคลอดควรอาบน้ำสมุนไพรหรืออบสมุนไพร ซึ่งเป็นการอบกระโจมหรือการใช้ตู้อบสมุนไพร เพื่อชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น ดับกลิ่นคาวเลือด ช่วยให้มดลูกกลับเข้าสู่สภาพเดิมโดยเร็วและขับน้ำคาวปลาได้ดีค่ะเริ่มต้นด้วยการอบน้ำร้อนที่ต้มกับใบมะขามก่อนนะคะฝักส้มป่อยและหัวหอมค่ะหลังเช็ดตัวให้สะอาดแล้วจึงใช้ลูกประคบที่ใช้ผสมกับการะบูรกดตามส่วนต่างๆของร่างกายนะคะเพื่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยอันเกิดจากคลอดลูกช่วยขับเหงื่อและการประคบบริเวณหัวนมช่วยเพิ่มน้ำนมและทำให้น้ำนมไหลเวียนดีขึ้นนะคะ

คณาเภสัช เภสัชกรรม

คณาเภสัช เภสัชกรรม คณาเภสัช เภสัชกรรม การปรุงยาหรือการประกอบยา หมายถึงการผสมตัวยา หรือเครื่องยาตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกันตามที่กำหนดไว้ในตำรับยาโดยใน การปรุงยาแพทย์ต้องพิจารณาเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง ดังต่อไปนี้ค่ะ 1 พิจารณาลักษณะของตัวยาต้องพิจารณาว่าในตำรับยาใช้ส่วนใดของตัวยาเช่นพืชวัตถุอาจใช้ส่วนเปลือกต้นรากหรือดอกสัตว์วัตถุอาจใช้กระดูกกระดองหนังหรือดีและธาตุวัตถุ อดีตหรือตั้งสติการทำให้เป็นผงบริสุทธิ์ด้วยการใช้ความร้อนจัดหรือต้องแปรสภาพก่อนนอกจากนี้ตัวยาในตำรับยาอาจให้ใช้สดหรือแห้งอ่อนหรือแก่เนื่องจากสรรพคุณจะแตกต่างกันเช่นขิงสดขิงแห้งลูกสมออ่อนลูกสมอแก่ตัวยาบางชนิดต้องไปสภาพก่อนจึงจะใช้ผสมยาได้เช่นหอยมุก บัลลังก์ศิลาหรือปะการังแดงกระดูกเขี้ยวเขาหากยังไม่แปรสภาพสรรพคุณจะเป็นอีกอย่างหนึ่งตัวยาบางอย่างมีฤทธิ์แรงก็ต้องฆ่าฤทธิ์เสียก่อนเช่นเมล็ดสลอด ยางสลัดไดชะมดเช็ดทั้งนี้วิธีการแปรสภาพหรือค่าตัวยาที่มีฤทธิ์แรงนั้นวิธีทำแตกต่างกันไปค่ะ 2 พิจารณาขนาดของตัวยาต้องทราบว่าในตำรับ งั้นให้ใช้ตัวยาในปริมาณสิ่งละเท่าใดโดยโบราณกำหนดไว้เป็นมาตราน้ำหนักได้แก่ช่าง 1 = 20 ตำลึงคิดเป็นน้ำหนักในมาตราเมตริก 1216 กรัม 1 ตําลึงเท่ากับ 4 บาทและ 1 บาทเท่ากับ 4 สลึงคิดเป็นน้ำหนักในมาตราเมตริก 15 กรัมหรือเป็นมาตรตวงซึ่งหน่วยที่ใช้มากในตำราพระโอสถพระนารายณ์คือธนาคารโดยทั่วไปปริมาณ 1 ทะนานเท่ากับปริมาณของกะโหลกมะพร้าวที่บรรจุเบี้ยที่ใช้เป็นเงินตราให้เต็มตามจำนวนที่กำหนดเช่นธนันต์ 500 เป็นปริมาณที่บรรจุเบี้ยได้ 500 เบี้ยธนาคาร 800 เป็นปริมาณที่บรรจุเบี้ยได้ 800 เบี้ยโดยทั่วไปปริมาตรที่นิยมใช้กันมากในสมัยโบราณคือขนาด 500 นอกจากนั้นหาก ในตำรับยาไม่ได้ระบุของตัวยาแต่ละตัวไว้ก็ให้ถือว่าใช้ขนาดเท่ากันโบราณเรียกเสมอภาคค่ะ 3 จุดท้ายเลยจะเป็นวิธีการปรุงยา ตามแบบแผนโบราณนั้นตามวิชาเวชศาสตร์สาอาจแบ่งเป็นพิธีต่างๆได้ 3 แบบคือแบบที่แบ่งเป็น […]

สรรพคุณเภสัชตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย

สรรพคุณเภสัชตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย สรรพคุณเภสัช หมายถึงคุณสมบัติทางยาของเภสัชวัตถุที่กล่าวถึงตามหลักวิชาเภสัชกรรมไทย ระบุว่าก่อนที่จะรู้จักสรรพคุณของยาจำเป็นต้องรู้จักรสของยาก่อน เนื่องจากวิชาการแพทย์แผนไทยกล่าวว่า รสของยาจะแสดงถึงสรรพคุณยา  ดังนั้นเมื่อรู้จักรสของยาแล้วก็จะรู้จักสรรพคุณของยาอย่างกว้างๆได้ ในเรื่องของรสยานี้ตำราแบ่งออกเป็นรสประธาน 3 รส 1 ยารสเย็น  ได้แก่ยาที่ปรุงผสมด้วยเกสรดอกไม้ ที่ไม่ร้อนใบไม้รากไม้ที่ไม่ร้อนสตาร์เขาคือเขาสัตว์ 7 ชนิด ได้แก่เขาวัว เขาควาย เขากระทิง เขากวาง เขาแกะ เขาแพะ และเขาเลียงผา cervical คือเขี้ยวสัตว์ 9 ชนิดได้แก่เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวหมาป่าเขี้ยวปลาพะยูน เขี้ยวจระเข้ เขี้ยวเลียงผา นอแรด และงาช้างค่ะ  และของที่เผาหรือสมุดให้เป็นถ่านเมื่อปรุงเป็นยาเสร็จแล้วจะได้รสยาเย็น ใช้แก้โรคที่เกิดจากธาตุไฟ 2 ยารสร้อน ได้แก่ยาที่ปรุงด้วยเบญจกูล  ตัวยาที่มีรสร้อน 5 อย่างได้แก่ดีๆรากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง และขิงแห้ง ตรีกฏุก ตัวยาที่มีรสร้อน 3 อย่างได้แก่ ขิงแห้ง พริกไทย และดีปลี สรรพคุณขิงข่าเมื่อปรุงเป็นยาเสร็จแล้วจะได้รสยาที่มีรสร้อน ใช้แก้โรคที่เกิดจากธาตุลม  3 […]

ธาตุสมมุฏฐานในร่างกายของมนุษย์ตามหลักวิชาการแพทย์แผนไทย

ธาตุสมมุฏฐานในร่างกายของมนุษย์ตามหลักวิชาการแพทย์แผนไทย ธาตุสมุฏฐานประกอบด้วยธาตุดิน เป็นองค์ประกอบของร่างกายที่เป็นโครงสร้างซึ่งอธิบายได้ว่ามีคุณสมบัติไปในทางแข็งอยู่นิ่งคงตัวเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ร่างกายคงรูปอยู่ได้ซึ่งน่าจะหมายถึงอวัยวะที่ประกอบกันเป็นร่างกายแพทย์แผนไทยแบ่งอวัยวะของร่างกายที่อยู่ในธาตุดินออกเป็น 20 อย่างอาทิเช่นผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเส้นเอ็นกระดูกไขกระดูกน้ำหัวใจตัดพังผืดไตและปอดค่ะ  ธาตุน้ำเป็นองค์ประกอบของร่างกายที่เป็นของเหลวมีคุณสมบัติซึมซาบทำให้อ่อนตัวเป็นตัวกลางที่ทำให้สิ่งต่างๆไหลเวียนไปได้ธาตุน้ำในร่างกายแบ่งออกเป็น 12 อย่างอาทิน้ำดีเสมหะมีเลือดเนื้อน้ำตาน้ำลายน้ำมูกและน้ำปัสสาวะค่ะ ธาตุลมเป็นพลังผลักดันภายในระบบของร่างกายและมีการเคลื่อนไหวหมุนเวียนธาตุลมแบ่งออกเป็น 6 ประเภทได้แก่ลมพัดขึ้นคือลมที่พัดตั้งแต่ปลายเท้าตลอดจนถึงศีรษะและจากกระเพาะอาหารตลอดลำคอเช่นลมหาวลมเพลมพัดลมเป็นลมที่พัดตั้งแต่ศีรษะตลอดไปเท้าและตั้งแต่ลำไส้เล็กจนถึงทวารหนักเช่นลมผายลมในท้องเป็นลมที่พัดอยู่ในภายในช่องท้องนอกลำไส้ลมในลำไส้เป็นลมที่พัดอยู่ในกระเพาะอาหารและในลำไส้ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกค่ะ  การอบตัวในตู้อบสมุนไพรก็ทำให้เลือดลมในร่ากายไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ ธาตุไฟเป็นพลังที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเกิดพลังความร้อนและการเผาไหม้ธาตุไฟแบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ไฟสำหรับอบอุ่นร่างกายเป็นไฟที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเป็นปกติไฟร้อนและสำหรับใส่เป็นกำลังความร้อนของอากาศภายนอกที่ทำให้เราต้องอาบน้ำและต้องพัดวีไฟสำหรับเผาผลาญร่างกายให้แก่เฒ่าเป็นไฟที่ทำให้ร่างกายและผิวพรรณซูบซีดเหี่ยวแห้งทรุดโทรม ทุพพลภาพไป และไฟสำหรับย่อยอาหารเป็นไฟที่ทำให้อาหารที่กลืนลงไปแหลกละเอียดค่ะ ธาตุเหล่านี้จะต้องอยู่อย่างสมดุลหากมีธาตุใดธาตุหนึ่งน้อยไปมากไปหรือผิดปกติไปก็จะทำให้เกิดโรคแพทย์แผนไทยเรียกว่าที่ธาตุน้อยไปว่าหย่อนเรียกว่าภาวะที่ธาตุมากไปว่ากำเริบและเรียกภาวะที่ถ้าผิดปกติไปว่าพิการเมื่อรู้ว่าธาตุใดหย่อนกำเริบพิการก็จะให้ยาแก้ได้ค่ะ

ความจำเป็นของแพทย์ทางเลือก

ความจำเป็นของแพทย์ทางเลือก การแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ทางเลือกนั้นมีความจำเป็นดังต่อไปนี้ค่ะ 1 พัฒนา การของเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมก่อให้เกิดมลภาวะเป็นเหตุให้ร่างกายของเราเจ็บป่วยแต่โรคเรื้อรังเหล่านี้ยากที่จะรักษาหายได้ด้วยยาแผนปัจจุบันหากไม่มีการแพทย์ทางเลือกมาใช้ในการรักษาควบคู่กันไป 2 ความเครียดในการทำงานหรือการแข่งขันในสังคมทำให้มีอาการต่างๆที่การแพทย์ทั่วไปไม่สามารถสังเกตเห็นหรือไม่สามารถรักษาได้แต่การแพทย์ทางเลือกกับมีบทบาทสำคัญในกรณีดังกล่าว 3 ยาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นยาแผนโบราณสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบันของตะวันตกเมื่อได้รักษาเป็นเวลานานก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับผลข้างเคียงไม่มากก็น้อยแต่ก็เป็นโอกาสของแพทย์ทางเลือกที่ได้แสดงศักยภาพในการรักษาอย่างไรผลทางลบค่ะ สีสำหรับโรคเรื้อรังการรักษาด้วยยาบางชนิดก็แค่เพื่อยืดเวลาชีวิตหรือผ่อนคลายความเจ็บปวดอย่างชั่วคราวเท่านั้นโดยเชิงลึกแล้วอาจจะเป็นการให้เวลาเชื้อโรคในการระบาดอย่างช้าๆแต่ไม่อาจจะรักษาโรคได้จากต้นเหตุเลยอย่างเช่นโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคนอนไม่หลับโรคหายใจเฉียบพลันและอาการปวดหัวเป็นต้นค่ะและการใช้เป็นเวลานานยังทำให้เกิดการดื้อยาได้ด้วยนะคะในแง่นี้ทางการแพทย์ทางเลือกก็จะมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวค่ะ 5 ที่ไม่เหมือนกับแพทย์ทั่วไปก็คือการแพทย์ทางเลือกไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมารักษาและไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมากแต่อาศัยเครื่องมืออุปกรณ์ที่ปฏิบัติใช้อย่างง่ายดาย 6 หักข้าวโพดไหนมีผู้ป่วยก็ต้องเป็นการเพิ่มภาระแก่ครอบครัวนั้นไม่ว่าจะเป็นทางการงานหรือความรู้สึกก็ตามแต่ความประหยัดและง่ายในการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกสามารถแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ค่ะ 7 ความเป็นธรรมของมนุษย์ต้องการมีวิธีรักษาโรคที่ธรรมชาติเช่นกันหากรักษาได้โดยไม่ต้องอาศัยการทานยาหรือฉีดยาก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ 8 การรักษาด้วยวิธีทางฟิสิกส์แทนที่จะเป็นวิธีเคมีก็เป็นแนวทางการพัฒนาและความฝันของมนุษย์เช่นกัน 9 การรักษาด้วยตัวเองเป็นข้อได้เปรียบอีกข้อหนึ่งของการแพทย์ทางเลือกเพราะผู้ป่วยเองจะมีโอกาสทำความเข้าใจกับต้นสายปลายเหตุของโรคโดยตรงรับรู้สถานการณ์การรักษาและสามารถปรับปรุงการรักษาจากประสบการณ์ของตนเองซึ่งดีกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการรักษาด้วยคนอื่นจากเหตุผลดังกล่าวนี้เรามองเห็นความก้าวหน้ากว้างขวางความจำเป็นและความง่ายของการใช้ประโยชน์จากการแพทย์ทางเลือกและอุปกรณ์การแพทย์นี้จะกลายเป็นของประจำบ้านที่ขาดไม่ได้ค่ะ จำพวกเบาะนวด ตู้อบสมุนไพรถือเป็นอุปกรณ์นวดไทยของกลุ่มแพทย์ทางเลือกค่ะ

ชื่อสมุนไพรที่เราจำเป็นต้องจดจำ

ชื่อสมุนไพรที่เราจำเป็นต้องจดจำ ชื่อถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับใช้เรียกลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตซึ่งในที่นี้จะหมายความรวมถึงพืชสัตว์และแร่ธาตุต่างๆที่จะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นยาสมุนไพรชนิดใดชนิดหนึ่งในกรรมวิธีที่เรียกว่าเข้ายาโดยผู้ที่จะทำการคิดค้นหรือแปรสภาพสมุนไพรเป็นยาสมุนไพรนั้นจะทำความเข้าใจกับลักษณะของสิ่งต่างๆที่มีชื่อแตกต่างกันเหล่านี้ให้ชัดเจนแม่นยำเพื่อความไม่ผิดพลาดในการนำมาใช้ประโยชน์นั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรานำสมุนไพรมาพัฒนาไปสู่รูปแบบยาสมุนไพรมีการกระทำการอย่างต่อเนื่องและแพร่หลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของยาน้ำสมุนไพรเช่นยาน้ำสมุนไพรมะขามป้อมมะแว้งหรือชะเอมเทศเป็นต้นหรือยาสมุนไพรแคปซูลเช่นมะรุมแคปซูลฟ้าทะลายโจรแคปซูลขมิ้นชันแคปซูลเป็นต้นค่ะรวมไปถึงชนิดผงที่ชงละลายทันทีชนิดที่เป็นก้อนหรือแท่งสำหรับดองเหล้าหรือแม้แต่ชนิดบรรจุถุงสำหรับชงเป็นชาเช่นหญ้าหนวดแมวดอกคำฝอยเก๊กฮวยตะไคร้และใบหม่อนค่ะ ปัจจัยหลายๆอย่างตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบของยาที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นยาแคปซูลสำหรับกินครีมสำหรับทายาผงสำหรับชงดื่มแต่ทั้งนี้การจะเลือกใช้ยาแต่ละครั้งนั้นผู้ที่นำมาใช้ต้องคำนึงคุณสมบัติของชนิดยาต่างๆนั้นเป็นสำคัญควรจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นยาสมุนไพรชนิดใด ประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญอะไรบ้างมีสรรพคุณของตัวยาคืออะไรและมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรค่ะเพื่อที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วผู้ทานจะได้รับประโยชน์ของยาสมุนไพรอย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ หากแต่ในตำรายาสมุนไพรนั้นสมุนไพรจะไม่ได้ประกอบขึ้นเฉพาะจากพืชอีกแล้วนะคะแต่ยังรวมไปถึงส่วนประกอบที่ได้จากส่วนต่างๆของสัตว์เช่นเขาหนังกระดูกอาบน้ำดีหรืออาจจะรวมทั้งตัวเช่นกิ้งกือตุ๊กแกงูเต่าไส้เดือนม้าน้ำและอีกต่างๆค่ะและแร่ธาตุอื่นๆเช่นพิมเสนการบูรกำมะถันปูนแดงดีเกลือต่างๆเหล่านี้เป็นต้นนะคะดังนั้นในทางการแพทย์จึงเรียกเจ้าองค์ประกอบทั้ง 3 ที่นำมาใช้ร่วมกันในการทำยานี้เรียกว่าเภสัชกรรมค่ะซึ่งแม้แต่ในเภสัชวัตถุนั้นเองก็ยังถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ได้ 2 หมวดด้วยกันคือหมดยาแผน โบราณและยาสมุนไพรนั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตามสมุนไพรบางชนิด สามารถน้ำมาต้มในหม้อต้มสมุนไพร ที่ใช้กับตู้อบสมุนไพรได้ด้วยค่ะ

อัตลักษณ์สปาไทยท้องถิ่นของจังหวัดสุราษฎร์ด้านสัมผัส การให้บริการการนวดนั้น แนวการนวดของเมเจอรัล Wink Spa And Resort ที่แสดงอัตลักษณ์อย่างโดดเด่น เช่นการนวดเส้นท่ามโนราห์ ท่ามวยไชยา การนวดเปลือกหอยเดินกะลา นวดด้วยหิน นวดด้วยดีบุก นวดประคบร้อนใบพลับพลึงนวดประคบเตารีดนวดด้วยน้ำมันมะพร้าวอุ่น นวดประคบร้อนด้วยมะพร้าวคั่วสด นวดไทยใช้ยา นวดอิฐแดงเผาไฟ ส่วนการประคบ ใช้ส่วนผสมของทรายหินทะเล หินแม่น้ำผสมสมุนไพรซึ่งทำให้ประหยัดการใช้สมุนไพร การมีน้ำหนักไม่ต้องใช้แรงกดมากประคบด้วยมะพร้าวร้อนเย็นไทยหินร้อนหินทรายทรายร้อนเกลือ และการอบจะเป็นการอบสมุนไพรพื้นบ้านแบบทรายร้อนโทนร้อนไอร้อนจากน้ำแร่อบมะพร้าว ทั้งนี้การอบในแต่ละครั้งควรมีการแจ้งชื่อสมุนไพรในการที่ใช้กับผู้รับบริการให้ทราบด้วยนะคะและยังมีการออกแบบสมัยใหม่ก็คือ การอบสมุนไพรไอน้ำด้วยตู้อบสมุนไพรค่ะ การขัดผิวโดยการใช้มะพร้าวมาทำสคับผิว เรียกว่าสมุยสครับ  มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจของเกษตรเกาะสมุย มะพร้าวมีคุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นและช่วยปรับสภาพของผิวหนังจากการโดนแดดแผดเผาซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวเกาะสมุยมาตั้งแต่โบราณในกา เพื่อเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงนำมาใช้ในการบริการสปาเพื่อสุขภาพของเกาะสมุย จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสปาเกาะสมุยได้รับการต้อนรับจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นการฟื้นฟูสุขภาพของผิวพรรณที่ยอดเยี่ยมจนทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกและรู้จักกันว่าสมุย Scrub สมุยสครับนี้เป็นทรีทเม้นท์ที่ 1 aramis Spa And Resort นำมา โดยนำเอามะพร้าวมาเป็นส่วนผสมหลักที่มีส่วนผสมคือมะพร้าวขูดงาดำใบเตยนำมาขัดลงบนผิวกายโดยเริ่มจากแผ่นหลังแขนขาและขัดไปจนทั่วตัวยกเว้นใบหน้าน้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นกลิ่นหอมจากใบเตยช่วยให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดประโยชน์จากงาดำจะบรรเทาอาการเมื่อยล้าเหน็บชาปวดตามข้อได้ค่ะ  และนอนหลับให้เพียงพอก็แน่นอนว่าเมื่อสุขภาพไม่ดีพักผ่อนไม่เพียงพอผิวพรรณก็จะเต่งตึงไปได้อย่างไรถ้าหากเลิกสูบบุหรี่พร้อมกับผจญควันบุหรี่เพราะผิวหนังต้องการออกซิเจนเข้าไปรอเลี้ยงจะถูกขัดขวางจากบุหรี่ตัวร้ายนะคะไม่ควรเลือกท่านอนคว่ำเพราะการนอนคว่ำจะทำให้ผิวของคุณทุกวัน อัพและเกิดรอยยับย่นได้ง่ายๆเมื่อนอนคว่ำเป็นประจำแน่นอนว่าคงหนีไปไม่พ้นความเหี่ยวย่นคงถามหาคนนอนถ้าอื่นได้ค่ะ

ชีวาทิพย์สปา

ชีวาทิพย์สปา สปาไทยอีสานรัตนาท้องถิ่นแห่งที่ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 611 ถนนรอบบึงแก่นนคร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น  ชีวาสปานำเสนอรูปแบบของสถานประกอบการสปาไทย ที่มีการแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั้ง 5 ด้าน  ได้แก่  ด้านรูปจะเป็นการตกแต่งภายนอกและภายในในอาคาร โพสก็ออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศท้องถิ่นโปร่งโล่งสบายประตูและบานไม้ตกแต่งแบบไทยอีสานประยุกต์ตกแต่งสวนโดยเน้นความเป็นธรรมชาติที่เรียบง่ายประกอบด้วยซุ้มไม้และรั้วตกแต่งเป็นธรรมชาติและเน้นความเป็นอีสาน มีห้องบริการมีทั้งห้องรวมและห้องแยก ห้องเป็นส่วนตัว มีป้ายมีโลโก้เป็นผีเสื้อแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของภาคอีสาน  บริเวณต้อนรับตกแต่งแบบผสมผสานประยุกต์ค่ะ สิ่งแสดงภาพลักษณ์ได้แก่อุปกรณ์เครื่องใช้เครื่องจักสานเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้หลัก เช่นถาดรองแก้ วเซี่ยนหมากสำหรับให้บริการลูกค้าวางของใช้ส่วนตัว ภาชนะบรรจุภัณฑ์เป็นเครื่องสานร่วมกับอุปกรณ์เครื่องใช้ในอื่นเครื่องเรือนและของประดับตกแต่งช่วยด้วยโต๊ะทำจากโฟมรูปร่างคล้ายถาดไม้ใช้สำหรับทำให้ข้าวเหนียวที่นึ่งเสร็จแล้วเย็นลง แล้วทำนำมาลงในกระติบข้าวเหนียวใช้เซี่ยนหมากอีสานมาทำเป็นแจกันใช้ผ้าฝ้ายผ้าไหมผ้าขาวม้านำมาประดับตกแต่งและทำเป็นปลอกหมอนการแต่งกายผู้ใช้บริการแต่งกายสะดวกต่อการ เข้ารับบริการมีสุภาพเจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับแต่งกายด้วยผ้าถุงฝ้ายอีสาน. ด้านรสจะเป็นรสจากเครื่องดื่มใช้เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรฝางแดง ด้านกลิ่นเหม็นกลิ่นของผลิตภัณฑ์ใช้กลิ่นขิงและตะไคร้กลิ่นเพื่อสร้างบรรยากาศใช้กลิ่นดอกกระดังงาค่ะ  ด้านเสียงจะเป็นเสียงของบรรยากาศใช้เพลงไทยบรรเลงเสียงประกอบการให้บริการใช้เสียงดนตรีและเสียงจากธรรมชาติ  และด้านสัมผัสนั้นจะกลายเป็นการให้บริการด้านการนวดนวดแบบไทยร่วมกับการนวดเส้นการนวดประคบสมุนไพรการอบใช้สมุนไพรด้วยตู้อบสมุนไพรการขัดใช้การสคับข้าวหอมมะลิการต้อนรับตามประเพณีวัฒนธรรมของไทยแต่ละภาคจึงนิยมยอดการไหว้การสวัสดีสืบภาษาด้วยภาษากลางหากลูกค้าสนิทคุณเคยพนักงานอาจผู้โดยสารได้ด้วยค่ะ  ความต้องการของผู้ที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นชาวต่างชาติที่มีความแตกต่างเช่นชาวจีนชอบน้ำชาอุ่นอุ่นมากกว่าเสิร์ฟน้ำเย็นหรือน้ำแข็งนะคะและช่วงอายุจะเป็นประมาณ 25-30 9 ปีจะใช้บริการมากที่สุดค่ะและพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงนะคะซึ่งเป็นคนที่รักในการดูแลสุขภาพค่ะส่วนชนิดหรือข้อมูลของพืชสมุนไพรนั้นจะเป็นชนิด ของสมุนไพรที่นำมาใช้ต้องแสดงความเป็นอีสานและควรมีข้อมูลทางการแพทย์พื้นบ้านหรือข้อมูลทางเภสัชวิทยาข้อมูลพิษวิทยาจะดีมากนะคะเนื่องจากเป็นการนำสมุนไพรมาดื่มกินต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญค่ะ