fbpx

dbd-register

ศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงเกี่ยวกับการรักษาโรคโดยการนวดแผนไทย

ศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงเกี่ยวกับการรักษาโรคโดยการนวดแผนไทย

สำหรับในประเทศไทยนั้นได้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งก็ คือศิลาจารึกในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ในศิลาจารึกนี้จะมีรอยจารึกเป็นรูปของการรักษาโรคโดยการนวดและหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งจะเป็นการจดบันทึกจดหมายเหตุของราชทูตฝรั่งเศส ไซมอน ลา ลูแบร์ ในสมัยของพระสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยามีพ.ศ. 2204 ได้กล่าวถึงการนวดเพื่อรักษาโรคของไทยไว้ว่า ในกรุง สยามนั้นถ้าใครป่วยไข้ก็จะเริ่มทำการยืดเส้นสายโดยให้ผู้ชำนาญนั้นขึ้นไปบนหลังแล้วใช้เท้าเหยียบได้กล่าวกันว่าหญิงมีครรภ์มักใช้ให้เด็กเหยียบเพื่อให้คลอดบุตรได้ง่ายค่ะ อุปกรณ์การนวดจำพวกเตียงสปาเก้าอี้นวดเท้าเบาะนวดไทยหรือแม้กระทั่งตู้อบสมุนไพร ก็มีความสำคัญต่อการนวดค่ะ

ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์จัดได้ว่าเป็นยุคทองของการแพทย์แผนไทยเลยนะคะถึงกับขนานนาม วิชาการนวดว่าหัตถศาสตร์การนวดไทยค่ะซึ่งถูกจัดอยู่ในทำเนียบศักดินาเป็นทำเนียบที่ใช้สำหรับพระเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์เท่านั้นค่ะ  ประมาณปี 2300 ได้เริ่มทำการเขียนตำราเกี่ยวกับการนวดไว้บนใบลานโดยจารึกเป็นภาษาบาลี ปีพศ 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าเผาจนเสียหายอย่างหนักนะคะตำรานี้จึง สูญหายไปเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นและได้มีการประมวลความรู้เกี่ยวกับการนวดแผนโบราณอย่างเป็นทางการในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถค่ะที่มีการแบ่งส่วนที่ดินให้เป็นศักดินาแก่หมอนวดเช่นเดียวกับข้าราชการสมัยอยุธยา และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นการแพทย์แผนไทยยังสืบทอดแบบจากสมัยอยุธยาแต่ผู้ที่มีความรู้บางส่วนหายสาบสูญไปนะคะเหลือเพียงหมอพระและหมอกลางบ้านที่อยู่ตามหัวเมืองต่างๆจึงช่วยกันระดมความรู้จากชนกลุ่มนี้ค่ะ

และในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 นะคะได้ทรงให้ปั้นรูปฤาษีดัดตนเพิ่มเติม จนครบ 80 ถ้าเป็นรูปบ้านอยู่ซึ่งทำด้วยดีบุกและจารึกวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพรวมถึงรายละเอียดต่างๆประดับไว้บนศาลารายของ เสาร์วัดโพธิ์จนสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์นั้นต่อมาในปีพ.ศ 2374 นะคะได้ทรงโปรดเกล้าให้ประชุมรวบรวมตำราหมอนวด 60 ภาพและจารึกไว้ณศาลาหน้าพระมหาเจดีย์ด้านเหนือเขียนเป็นรูปแผนรูปคนบอกตำแหน่งเส้นและจุดต่างๆสำคัญสำหรับแก้โรค แต่ละโรคให้ประชาชนได้ทำการศึกษาอีกทั้งยังปรับปรุงรูปปั้นฤาษีดัดตนใหม่ให้เป็นเนื้อชินค่ะ และต่อมาในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ชำระตำราแพทย์ใหม่เรียกว่าตำราหลวงขึ้นนะคะเพื่อแพทย์ในพระราชสำนักเมื่อการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาในประเทศไทยตำราแพทย์หลวงจึงหมดความสำคัญจากสำนักไทยไปในสมัยรัชกาลที่ 6 ค่ะส่วนหมอนวดแบบราชสํานักเป็นการนวดแบบดั้งเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษค่ะ